|
หลักสูตรนานาชาติที่ดีที่สุดในประเทศไทย
Biases: The best international program in Thailand
|
 |
ในเว็บบอร์ดต่าง ๆ เช่น MThai, Sanook, Kapook, Hi5 และอื่น ๆ ท่านอาจเห็นข้อความที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับหลักสูตรนานาชาติ ซึ่งผู้ที่ลงข้อความไว้ยังมีประสบการณ์น้อยหรือไม่มีเลย (โปรดดู : ความโอนเอียงและความเป็นจริง) การปฏิบัติตามข้อแนะนำดังกล่าวถือเป็นความเสี่ยงต่ออนาคตของท่านเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อ พ.ศ. 2550 และ 2551 เราได้สัมภาษณ์นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นักศึกษามหาวิทยาลัยในหลักสูตรนานาชาติ และนักศึกษาที่จบจากหลักสูตรนานาชาติในช่วงสามปีที่ผ่านมา นักศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ส่วนใหญ่จะพิจารณาหลักสูตรนานาชาติจากจำนวนนักศึกษาชาวตะวันตกที่เข้าเรียน โดยกล่าวว่าหากมีฝรั่งเข้าเรียนในหลักสูตรมากแสดงว่าหลักสูตรนี้ดี
นักศึกษาในชั้นปีที่สูงขึ้นและบัณฑิตที่จบจากหลักสูตรนานาชาติจะพิจารณาคุณภาพของหลักสูตรนานาชาติจากมุมมองที่แตกต่างกันมาก เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับอาชีพการงานซึ่งสะสมมาจากสิ่งที่เรียนรู้ในมหาวิทยาลัย
สำหรับนักศึกษาในชั้นปีที่สูงขึ้นและบัณฑิตที่จบจากหลักสูตรนานาชาติส่วนใหญ่ แง่มุมเดียวที่ถือว่าจะได้งานทำที่ดีคือ : คุณภาพของอาจารย์ อาจารย์ที่ดีจะต้องมีความรู้ในด้านที่ตนเองสอน และมีความใส่ใจที่จะทำให้นักศึกษาเข้าใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างจากการเรียนรู้ในตำราเนื่องจากเกี่ยวข้องกับโครงงาน การประยุกต์ใช้ความรู้ใหม่ และการรับประสบการณ์ในด้านใหม่ อนึ่ง นักศึกษาต่างชาติจะมาเรียนเพิ่มมากขึ้นหากคุณภาพของหลักสูตรนานาชาติยังคงสูงขึ้น
เทคนิคการสอนที่ประยุกต์จากอาจารย์ที่มีความสามารถจะมีความทันสมัยและเป็นรูปแบบตะวันตก โดยเน้นการพัฒนาทักษะเฉพาะบุคคลและการคิดเชิงวิพากษ์ แต่น่าเสียดายที่ท่านไม่สามารถพบเห็นได้ในโรงเรียนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ซึ่งอาจเป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จึงไม่เห็นความสำคัญ
จะทราบได้อย่างไรว่าที่ใดมีอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถ? ท่านมีแหล่งข้อมูลหลักอยู่สามแหล่ง แหล่งแรกคือ ท่านสามารถสอบถามได้จากมหาวิทยาลัยว่าใครจะเป็นผู้สอนหลักสูตรของท่าน (หรือใครเป็นผู้สอนหลักสูตรของท่านในปีที่ผ่านมา) แหล่งที่สองคือขอดูหนังสือรับรองของอาจารย์ หากอาจารย์มีคุณสมบัติเหมาะสม มหาวิทยาลัยจะแจ้งให้ท่านทราบด้วยความยินดี ตรวจสอบหนังสือรับรองให้ดีเนื่องจากอาจารย์ที่ดีจะมีประสบการณ์ยาวนานในด้านที่ตนเองสอน เพื่อความชัดเจนมากขึ้นกล่าวคือ : บัณฑิตที่เพิ่งจบปริญญาตรีบริหารธุรกิจไม่ควรมาสอนเป็นอาจารย์ในหลักสูตรบริหารธุรกิจ
แหล่งข้อมูลที่สองคืออินเตอร์เน็ต เมื่อท่านทราบชื่ออาจารย์จากมหาวิทยาลัยแล้ว อาจารย์ที่มีผลงานด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะสามารถตรวจดูได้จากอินเตอร์เน็ต ปัจจุบันท่านจะเห็นได้ว่าอาจารย์ที่ดีจะได้รับการกล่าวถึงในหลายเว็บไซต์และบล็อก
แหล่งข้อมูลที่สามและอาจเป็นแหล่งที่น่าเชื่อถือมากที่สุดคือ นักศึกษาในหลักสูตรที่ท่านสนใจ ลองจดคำถามของท่านและไปที่มหาวิทยาลัย แต่อย่าไปถามจากสำนักงานของมหาวิทยาลัย ให้ถามนักศึกษาในหลักสูตรและฟังคำตอบ นักศึกษาในหลักสูตรนานาชาติจะรู้ดีว่าหลักสูตรของตนนั้นดีหรือยังต้องปรับปรุงอีกมาก
อย่าหลงผิดโดยดูเพียงแค่หลักสูตรเดียว มีทั้ง ‘มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง’ และ ‘มหาวิทยาลัยที่ไม่มีชื่อเสียง’ ในประเทศไทย เมื่อเป็นหลักสูตรนานาชาติ บางคนกล่าวว่าหลักสูตรของ ‘มหาวิทยาลัยที่ไม่มีชื่อเสียง’ เช่น รามคำแหง มีคุณภาพและประสบการณ์ในระดับนานาชาติมากกว่า ‘มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง’ อย่างเช่น ธรรมศาสตร์ จุฬา หรือเอแบค
ทุกปริญญาของหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทยเป็นที่ยอมรับไม่ว่าในประเทศใดก็ตาม สำหรับฝ่ายทรัพยากรบุคคลในสหรัฐอเมริกาหรือเยอรมันนี ชื่อของมหาวิทยาลัยไม่มีความแตกต่างกัน ในการสัมภาษณ์จะถามท่านสองคำถาม เพื่อดูว่าท่านเข้าใจคำถามหรือไม่และท่านสามารถตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วหรือไม่
สุดท้ายมีอีกประการหนึ่งที่โต้แย้งกันมากคือ สัญชาติของอาจารย์ผู้สอน หลักสูตรนานาชาติจำนวนมากที่มีอยู่ในประเทศไทยปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแค่อาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถในชั้นเรียน
สิ่งที่แย่ที่สุดที่ผู้ถูกสัมภาษณ์กล่าวคือ อาจารย์ชาวไทย ซึ่งรู้เพียงแค่เรื่องในตำราเรียนและยังมีปัญหาในการพูดภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง
นักศึกษาเอแบคมักจะบ่นเรื่องอาจารย์ชาวต่างชาติ เนื่องจากอาจารย์จำนวนมากมาจากบังคลาเทศ พม่า มาเลเซีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย อย่างไรก็ดี ผู้ที่เรียนจบหลักสูตรนานาชาติแล้วมักจะไม่ประเมินอาจารย์จากสัญชาติ อาจารย์ที่ดีคืออาจารย์ที่สามารถทำให้ท่านเข้าใจ (มากกว่าเพียงแค่การเรียนรู้ !) สัญชาติไม่ได้เป็นการรับประกันถึงคุณภาพ ท่านอาจเรียนรู้กับอาจารย์ที่ดีมากจากอัฟกานิสถาน แต่อาจารย์ชาวอเมริกันในห้องเรียนถัดไปอาจสอนไม่เก่งก็เป็นได้
อย่าลืมว่าท่านเรียนหลักสูตรนานาชาติเพื่อสร้างความแตกต่าง การได้รับเอกสารใบหนึ่งที่เรียกว่า “ปริญญานานาชาติ” ไม่มีค่าต่ออนาคตของท่าน อาชีพจะสร้างมาจากรากฐานที่ดีในความเข้าใจ การคิดเชิงวิพากษ์ และทักษะการเรียนรู้
ดังนั้น อย่าเพียงแค่ตามเพื่อนไป ให้ดูความต้องการของตัวท่านก่อน แล้วดูมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ว่าตรงกับความต้องการของท่านมากแค่ไหน ซึ่งท่านจะได้ไม่เสียเวลาหลายปีในชีวิตของท่านรวมทั้งเงินอีกจำนวนมาก
เราเริ่มต้นหัวข้อนี้โดยพูดถึงความเสี่ยงในการเลือกหลักสูตรการเรียนผิดพลาด และเราต้องการปิดท้ายด้วยคำอธิบายความหมายนั้น โอกาสที่ดีที่สุดในตลาดงานจะมีให้แก่ผู้ที่เรียนจบหลักสูตรนานาชาติโดยมีผลการเรียนดี สำหรับผู้ที่มีผลการเรียนธรรมดาจนถึงไม่ดีนักจะไม่ได้รับโอกาสดี เนื่องจากโอกาสนั้นจะเป็นของผู้ที่มีผลการเรียนดีในหลักสูตรไทยก่อน
ดังนั้น หากหลักสูตรของท่านไม่เหมาะสมกับท่านและท่านไม่สามารถเรียนจบด้วยความเข้าใจและผลการเรียนที่ดี ท่านจะถูกจัดไว้ในประเภทสาม ซึ่งจะเป็นการเริ่มต้นอาชีพที่ไม่ดีนัก
หน้าแรก |